กรมส่งเสริมการเกษตร มีคนอยู่ทั่วทิศ เป็นมิตรแท้เกษตรกร

"มุ่งส่งเสริมและพัฒนาให้เกษตรกรอยู่ดีมีสุข บนฐานการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและการจัดการทรัพยากรภาคเกษตรอย่างยั่งยืน"
 

ประวัติจังหวัดภูเก็ต

     "ภูเก็ต" ได้มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่บ้านกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้ขุดพบเครื่องมือหินและขวานหิน เป็นการแสดงให้ทราบว่ามีมนุษย์อาศัยในดินแดนแถบนี้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี มาแล้ว และได้มีหลักฐานการกล่าวถึงดินแดนในแถบนี้อีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ.700 หรือคริสต์ศตวรรษที่ 2 ในบันทึกของนักเดินเรือ ชื่อคลอตอส ปโตเลมี กล่าวถึงผืนดินหรือแผ่นดินในส่วนนี้ว่า แหลมตะโกลา เป็นผืนดินที่ถูกดันออกมาทางใต้ กลายเป็นแหลมยาว ๆ อยู่แหลมปลายสุดของจังหวัดพังงา อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของแนวเลื่อนของเปลือกโลกขนาดใหญ่ที่เรียกว่า รอยเลื่อนคลองมารุย (Klong Marui Fault) ซึ่งวางตัวเป็นแนวยาวจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพังงาลงมาทางทิศตะวันออกของภูเก็ต ต่อมาได้ถูกคลื่นลมในทะเลกัดเซาะและตัดพื้นที่ดังกล่าวออกจากผืนแผ่นดินใหญ่จนกลายเป็นเกาะ จึงเกิดร่องน้ำระหว่างจังหวัดภูเก็ตและพังงาขึ้น ที่เรียกว่าช่องแคบปากพระ (เป็นร่องน้ำแคบ ๆ โดยส่วนที่ลึกที่สุดลึกเพียง 8-9 เมตร) ในปัจจุบัน

     สำหรับการเรียกขานภูเก็ตของชาวต่างประเทศ ในอดีตนอกจากจะมีปรากฎในบันทึก เมื่อปี พ.ศ.700 ของนักเดินเรือคลอตอส ปโตเลมี ที่เรียกผืนดินในบริเวณนี้ว่า แหลมตะโกลา ได้มีปรากฎหลักฐานการกล่าวถึงดินแดนในบริเวณนี้อีกครั้ง จากบันทึกและแผนที่การเดินเรือมาเอเชียตะวันออกของชาติยุโรป ระหว่างพ.ศ.2054-2397 เรียกผืนดินนี้ว่า จังซีลอน นอกจากนี้ได้มีหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกขานผืนดินนี้ของชาวทมิฬในปี พ.ศ.1568 ว่า มณีคราม หมายถึงเมืองแก้ว ซึ่งมีความหมายตรงกับชื่อภูเก็จ ที่ปรากฎในจดหมายเหตุเมืองถลาง ฉบับที่ 1 ในปี พ.ศ.2328 และได้มีการเรียกขานเรื่อยๆ จนกลายเป็นภูเก็ต ซึ่งได้ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา มาตั้งแต่ พ.ศ.2450 เป็นต้นมา ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าชื่อของจังหวัดภูเก็ตที่ได้มีการกล่าวขานตั้งแต่ในอดีจนกระทั่งถึงปัจจุบันนั้น ประกอบด้วย แหลมตะโกลา มณีคราม จังซีลอน ภูเก็จ และภูเก็ต ซึ่งในบางครั้งได้มีการเรียกขานว่า สิลัน ถลาง และทุ่งคาร่วมด้วย


คำขวัญประจำจังหวัด

"ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม"

วิสัยทัศน์จังหวัด

"ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะลระดับโลก มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีเอกลักษณ์วัฒนธรรม และมีการพัฒนาที่ยั่งยืน"

ค่านิยมจังหวัดภูเก็ต

"การปฎิบัติราชการตามหลักธรรมภิบาลและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"


ตราประจำจังหวัด

     ตราประจำจังหวัดปัจจุบัน เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2528 เป็นรูปอนุสาวรีย์สองวีรสตรี อยู่ในวงกลมล้อมด้วยลายกนก ด้านบน เป็นป้ายชื่อจังหวัดภูเก็ต ด้านล่างเป็นรูปครุฑ ตราประจำจังหวัดแสดงให้ระลึกถึงวีรกรรมอันห้าวหาญของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ที่ได้ปกป้องเมืองถลางให้พ้นจากการรุกรานของพม่า เมื่อปลายปีมะเส็ง พ.ศ.2328 สำหรับอักษรย่อของจังหวัดภูเก็ต ที่ใช้ในราชการ คือ "ภก"


ธงประจำจังหวัด

     ธงประจำจังหวัดภูเก็ต ทำด้วยผ้าสีฟ้ามีขอบสีขาว ตรงกลางปักภาพวาดรูป ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ด้านหลังเป็นรูปภูเขาอยู่ในวงกลม


ต้นไม้ประจำจังหวัด ต้นประดู่

ดอกไม้ประจำจังหวัด เฟื่องฟ้า


ข้อมูลจาก....http://www.phuket.go.th